การใช้ชีวิตอย่างพอเพียง คือ ความสุขที่ยั่งยืนจริงหรือ

ปัจจุบันนี้สังคมมีแต่ความวุ่นวายและสับสน เพราะทุกคนต่างต้องดิ้นรนเพื่อหาเงินมาเลี้ยงชีพและสร้างความเป็นอยู่ของตนเองให้ดีขึ้น ซึ่งความเป็นอยู่ที่ดีของแต่ละคนก็มีนิยามที่ต่างกันไปตามสังคมและความเชื่อส่วนตัว โดยเฉพาะสภาพแวดล้อมและสังคมที่อยู่รอบตัวมักจะเป็นสิ่งที่กำหนดว่าชีวิตที่เป็นอยู่ดีหรือไม่ เนื่องจากคนส่วนมากให้ความสำคัญกับวัตถุภายนอกและหน้าตาทางสังคมมากว่าความต้องการของชีวิตที่แท้จริง จนลืมความพอดีและความพอเพียงไป ทำให้ชีวิตได้เจอแต่ความสุขเพียงชั่วคราวมากกว่าความสุขที่ยั่งยืน             เมื่อกล่าวถึงความพอเพียงเชื่อว่าหลายคนจะนึกถึงการประหยัดเป็นอันดับแรก เพราะคิดว่าการพอเพียงคือการประหยัด ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว ความพอเพียงไม่ใช้การประหยัด แต่เป็นการรู้จักใช้ทุกอย่างที่อยู่รอบตัวอย่างรู้คุณค่า ไม่ใช้อย่างสิ้นเปลืองหรือใช้ทิ้งขว้าง ใช้อย่างเต็มที่เท่าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต แต่ว่าคนเดี๋ยวนี้ส่วนมากจะใช้ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเพื่อสนองความต้องการและแสดงให้ผู้อื่นเห็นว่าเราเป็นคนที่มีมากกว่า เพื่อที่จะได้มีคนให้ความสนใจและเข้ามาชื่นชมในสิ่งที่เรามี ทั้งที่สิ่งของเหล่านี้ไม่ได้จำเป็นต่อการดำรงชีวิต และอาจจะเป็นการสร้างภาระให้กับตนเองที่จะต้องดิ้นรนหาเงินเพื่อมาซื้อของดังกล่าวมาใช้งาน ยกตัวอย่างเช่น กระเป๋าถือ หากใช่อย่างพอดีการมีกระเป๋าสำหรับใส่ของเพียงใบเดียวก็สามารถใส่ของได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าราคาหลักร้อยหรือกระเป๋าราคาหลักพันก็มีหน้าที่แค่ใส่ของเท่านั้น แต่คนเราต่างหากที่เพิ่มมูลค่าของกระเป๋าด้วยการใส่แบรนด์ให้ดูดีและเพิ่มราคาขายให้สูงขึ้น เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดูดี…